แนะนำเรื่องราวน่ารู้ โดย บริษัท สยามธวันตรี จำกัด เกิดขึ้นจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างสรรค์นวัตกรรม ใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า สบู่และแชมพู เราใส่ใจทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นการคิดค้นสูตร  ขั้นตอนการผลิตครีม เครื่องมือที่ใช้ผลิตสินค้าเรานำเข้าจากต่างประเทศเป็นเครื่องมือที่ทันสมัยได้มาตรฐาน เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่มีคุณภาพที่สุด

วิธีทาลิปสติก

ทาลิปสติกอย่างไร ให้ติดทนนาน

ลิปสติกเป็นปัจจัยหนึ่งในเรื่องความสวยงามของริมฝีปากของคุณผู้หญิง การแต่งแต้มสีสันเป็นการเพิ่มความมั่นใจ แต่จะพบว่าลิปสติกที่ทาอาจจะออกจางลงได้ ทำให้หมดเวลาไปกับการเติมสีสันในการทาลิปสติก ต้องหมั่นเข้าห้องน้ำเพื่อแต่งเติมสีสันวันหนึ่งก็ตกหลายครั้ง อยากให้สีเรียวปากสวยสดไปทั้งวัน แบบไม่ต้องมาคอยเสียเวลาแต่งเติมเพิ่มสีให้พลอยหงุดหงิดอีกวันนี้จะนำเสนอในเรื่องการรักษาลิปสติกที่มีสีติดทนนาน 1.ควรปรับริมฝีปากให้เรียบเนียน การปรับเตรียมริมฝีปาก lip scrub เพื่อที่จะขัดเซลล์ผิวอันเก่าให้หลุดออกไป พร้อมกับเติมความชุ่มชื้น เท่านี้ก็เพียงพอในขั้นตอนต่อไป เป็นการป้องกันไม่ให้ริมฝีปากแห้งและเป็นขุย ไม่เช่นนั้นก็0tไม่ได้ริมฝีปากที่สวยตามที่ต้องการ 2.รองพื้นหรือคอนซีลเลอร์เป็นที่นิยมดีมาก ตัวช่วยที่ดีอีกอย่างหนึ่งในการกลบสีเดิมของริมฝีปาก คอนซีลเลอร์หรือรองพื้น ช่วยให้สีของลิปมีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งทาคอนซีลเลอร์ปิดทับอีกที เพื่อให้เรียบเนียนให้ยิ่งขึ้น 3.ใช้ดินสอเขียนปากเพิ่มความคมเด่นชัดขึ้น แนะนำใช้ดินสอที่มีสีเดียวกัน หรือหาให้ใกล้เคียงที่สุดเอามาเขียนขอบปาก ควรเลือกดินสอที่มีเนื้อแห้งกว่าลิปสติกที่เราจะทาลงไปเพื่อความอวบอิ่มยิ่งขึ้น รักษาคงรูปริมฝีปากที่สวยได้ตลอดวัน 4.ลงมือทาลิปสติกด้วยขั้นตอน ง่าย ๆ ขั้นตอนการทาลิปสติกแบบง่าย เพื่อให้เรียวปากมีความคมเป๊ะ สวยงาม ติดทนนาน โดยมีขั้นตอนในการทาแบบง่าย ๆคือ พยายามวาดลิปสติกให้เป็นลายเส้นตามเรียวปากก่อน เพื่อความเด่นชัดและสวยงาม ค่อย ๆ ลงลิปสติกให้ทั่วบริเวณริมฝีปากก่อน แนะนำให้ทาลิปสติกให้ครอบคลุมทั่วริมฝีปาก ค่อย ๆ เกลี่ยให้เรียบเนียน ดูสม่ำเสมอให้ที่สุด ควรตรวจสอบสีที่อาจจะเลอะนอกขอบปาก เก็บร่องงรอยออกให้หมด 5.กระดาษทิชชูก็ช่วยได้นะ กระดาษทิชชูเป็นสิ่งที่ใกล้ตัว นำกระดาษทิชชูวางลงบนริมฝีปาก แล้วงใช้แป้งฝุ่นค่อยปัดเบา ๆ ผ่านทิชชู เทคนิคนี้จะช่วยให้ลิปสติกติดทนนานได้ตลอดวัน…

ความเป็นเรื่องผิวขาว

ทำไมครีมบำรุงผิวขาว

ทำไมครีมบำรุงผิวขาวจึงได้รับความนิยมมากในเอเชีย เนื่องจากคนเอเชีย เป็นกลุ่มเชื้อชาติที่มีผิวคล้ำ มีความเด่นชัดเป็นพิเศษในทวีปเอเชีย จึงมีค่านิยมไปทางผิวขาว ยิ่งคนที่มีเชื้อสายแอฟริกัน มีแนวโน้มนิยมใช้ครีมบำรุงผิวให้ขาวสูงกว่าชาติอื่น ๆๆ  เรียกได้ว่าคนเกือบทั่วโลกนิยมความขาวมากขึ้น แต่คนในทวีปยุโรปกลับนิยมจะอาบแดด เพื่อให้สีผิวมีความเข้มขึ้น  จนมีเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างให้ผิวมีสีแทน เช่น sunbeds ค่านิยมเรื่องผิวขาวมีมานานมาก จากหลักฐานค่านิยมการมีผิวขาวของราชวงศ์ฉิน (พ.ศ. 323 – 338) ของจีน เรื่องสีผิวบ่งบอกถึงชนชั้นสูง เนื่องจากแรงงานชนชั้นต่ำจะต้องทำงานท่ามกลางแสงแดด ทำให้สีผิวออกมาคล้ำ ดูไม่งามตา เป็นตัวบ่งบอกว่า เป็นชนชั้นที่ต่ำ ดังนั้นเหล่าคนชนชั้นขุนนาง โดยเฉพาะผู้หญิงแล้วยิ่งต้องดูแลผิวไม่ให้โดนแสงแดด ดังนั้นจะเห็นว่าผิวขาวได้รับความนิยมมายาวนานแล้ว ส่วนประวัติเรื่องผิวขาวในประเทศญี่ปุ่นนั้นย้อนไปสมัย นาระ (พ.ศ. 1253 – 1337) มีงานวิจัยของศาสตราจารย์มิโฮะ ซาโต้ แห่งมหาวิทยาลัยวาเซดะ พบว่าหญิงสาวญี่ปุ่นนิยมใช้ผงแป้งสีขาว ทำให้ดูหน้าขาวโพลน อีกอย่างคนญี่ปุ่นในอดีตนั้นมองว่า สีขาวนั้นเกี่ยวโยงกับความศักดิ์สิทธิ์ ความลี้ลับ อีกทั้งยังเป็นจุดเด่นของสาวญี่ปุ่นอีกด้วย จะเห็นว่าแม้กาลเวลาจะหมุนไป ค่านิยมเรื่องผิวขาวที่มาจากชนชั้นสูง ก็อยู่ภายใต้จิตสำนึกของคนเอเชียในหลายประเทศ รวมทั้งคนไทยเราด้วย แม้แต่ในวรรณคดีไทยเองก็ตาม ที่ผู้ประพันธ์มักจะกล่าวถึง ตัวละครนางเอก มีผิวพรรณที่ขาว เนียนนุ่ม ละมุนละไม…

ประเภทลิปสติก

ลิปสติกแต่ประเภทมีต่างกันยังไง

คุณผู้หญิง สาวปัจจุบันต้องมีลิปสติกไว้ครอบครองอย่างน้อยคนละ 1 แท่งไว้ติดตัวประจำไว้ เนื่องจากลิปสติกต้องมีไว้เพิ่มสีสันประทินความสวยงามของริมฝีปากคุณผู้หญิงให้ดูสวยสดใส แต่ละอย่างมีเรื่องของ เนื้อลิปที่แตกต่างกัน สีต่างเฉดกัน เพื่อให้เกิดความแตกต่างในการแต่งหน้า แต่ก็ควรทำความเข้าใจประเภทลิปต่าง ๆๆ กัน ลิปสาตินและลิปเชียร์ เป็นลิปที่เน้นสีแนว ลิปสติกสีมันวาวเพราะมีส่วนผสมของน้ำมัน เนื้อลิปมีสีสันแบบบาง ๆ มีคุณสมบัติทดแทนลิปปาล์ม ได้สีสันใสเป็นธรรมชาติเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ริมฝีปาก หากมองภายนอกจะมองดูเป็นสีเข้ม เมื่อนำออกมาใช้จริงจะดูสีอ่อนลง ด้วยเม็ดสีไม่แน่นทำให้ไม่เหมาะกับคนที่นิยมสีลิปสติกสีจัด ข้อดีอีกอย่างก็คือสามารถทาทับได้หลายครั้ง เหมาะคนที่ไม่ชอบทาลิปกลอสให้เหนอะริมฝีปาก Lip Treatment มักจะเติมส่วนผสมสารบำรุงเพื่อความนุ่มนวล ลดอาการแตกลอก ช่วยให้ริมปากชุ่มชื้น ในปัจจุบันมีให้เลือกหลายรูปแบบ คำแนะนำสำหรับสาวที่มีริมฝีปากแห้ง แนะนำให้ทาลิปสติกปกติก่อนประมาณ 5-10 นาที ช่วยให้ริมฝีปากมีความชุ่มชื้นเสียก่อน ลิปเนื้อครีม ลิปชนิดนี้มีความเหมาะสมกับสาวมีริมฝีปากสวยอยู่แล้ว มีส่วนผสมมอยส์เจอไรเซอร์  วิตามินอี วิตามินซี ช่วยให้มีความเนียนลื่น ไม่มีคราบติดตามร่องฝีปาก ทำให้ริมฝีปากให้ดูอิ่มเอมมากยิ่งขึ้น ส่วนสาวทีมีริมฝีปากหนา ไม่แนะนำให้ใช้ลิปชนิดนี้ เนื่องจากจะทำให้ลิปหนาขึ้น ลิปแมท  ลิปชนิดนี้มีเนื้อสีที่มีความเข้มข้นมากที่สุด มีส่วนผสมที่ช่วยไม่ให้ลบเลื่อนง่าย ไม่มีความเหงามัน แต่ควรทาในปริมาณที่พอเหมาะ เนื่องจากจะทำให้ดูมีปากแห้งหนา แลดูเป็นคนมีอายุมากขึ้น ลิปทินท์และลิปกลอส เป็นลิปที่จัดอยู่ในพวกที่ให้สีสันกับริมฝีปาก…

รังสี ยูวี และแสงแดดมีผลอย่างไรบ้างกับผิวหนัง

แสงพระอาทิตย์ที่ผ่านมาเข้าสู่บรรยากาศของโลก ความยาวคลื่นบางช่วงจะถูกดูดซับหรือสะท้อนกลับ แสงพระอาทิตย์ประกอบด้วยความยาวคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  ส่วนรังสีที่หลุดมายังพื้นโลก เช่น รังสีอินฟาเรด และ รังสียูวี เป็นต้น ซึ่งเราคงหลีกเหลี่ยงไม่ได้ ที่เราจะพบเจอมากที่สุด ด้วยรังสียูวีในปัจจุบัน อาจจะทำให้เกิดความหมองคล้ำ ตีนกา ริ้วรอย เป็นต้น รังสียูวีประกอบไปด้วยความยาวคลื่นด้วย 3 กลุ่มดังนี 1.รังสี UVC รังสีนีมีความยาวคลื่นสั้น 200-280 นาโนเมตร เป็นช่วงที่มีความยาวของคลื่นที่สั้นที่สุด มีพลังงานมากที่สุด รังสี UVC จะถูกชั้นบรรยากาศโลกกรองก่อนมาถึงพื้นโลก ดังนั้นรังสีประเภทนี้แม้จะมีแค่เล็กนน้อย ก็ส่งผลทำให้เกิดผิวเปลี่ยนสีได้  แต่ถ้าบริเวณไหนมีรังสีชนิดนี้อยู่มาก ก็ส่งผลอันตรายต่อผิวอย่างมาก อาจจะทำให้ผิวไหม้ได้ 2.รังสี UVB รังสีชนิดนี้เป็นรังสีที่ผ่านชั้นโอโซนมาได้ มีความยาวคลื่นประมาณ 280-320 นาโนเมตร  รังสีชนิดนี้เป็นคลื่นสั้นผ่านผิวหนังตื้น ๆ จึงมีโอกาสมีผลทำให้ส่งผลเสียต่อผิวหนัง ก่อให้เกิดผิวแดง ผิวไหม้เกรียมได้ 3.รังสี UVA รังสีชนิดนี้อยู่ช่วงมีความยาวคลื่น 320-360 นาโนเมตร มีพลังานต่ำสุด เป็นรังสีมีคลื่นยาวจึงทำให้ผ่านชั้นผิวหนังได้ลึกกว่า ส่งผลต่อต่อวงกว้างของโครงสร้างชั้นผิวหนัง มีผลทำให้ผิวก่อให้เกิดการชะลอวัย แม้มีปริมาณน้อยก็สามารถทะลุผ่านผิวหนังแท้ได้…

ปัจจัยก่อให้เกิดชะลอวัย

ความงามคือความสุข  ความชะลอวัยคือสิ่งที่หลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ปัจจุบันมีเครื่องสำอางมากมายออกมาเสนอคุณสมบัติในการทำให้ผิวหน้าดูแลอ่อนวัยและเต่งตึงกระชับ ผลิตภัณฑ์นั้นมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ปัจจัยที่ทำให้เราดูแก่ก่อนวัยมีอะไรบ้าง 1.ปัจจัยภายนอก แสงแดดเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่หลีกเหลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากบ้านเราอยู่ในเขตร้อน เป็นสาเหตุให้เกิดผิวแก่ก่อนวัย ตามมาด้วย ฝ้า การป้องกันที่ดี ควรทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวของเราได้ดียิ่งขึ้น 2.ปัจจัยภายใน สาเหตุของผิวพรรณจะมีริ้วรอยเร็วและช้า ก็ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมอีกด้วย พร้อมทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต การเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย ที่เพียงพอเหมาะกับสภาพร่างกายในแต่ละวัน อีกทั้งการพักผ่อน ผ่อนคลายทางอารมณ์ เช่น การเกิดอนุมูลอิสระนั้นสามารถเกิดได้ตลอดเวลา ยิ่งเราไม่เลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือดื่มพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายไม่อ่อนแอ อนุมูลอิสระทำให้เกิดรวดเร็วมากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นแล้ว ความเสื่อมของเซลล์และการลดลงของสารหล่อเลี้ยงผิว ด้วยสาเหตุนี้ทำให้บริษัทผลิตเครืองสำอางได้ผลิตครีมที่ช่วยลดความแก่ตัวของเซลล์เพื่อให้ผิวเด้งเหมือนหน้าเด็ก ช่วงเวลาของอายุก็ย่อมมีผล ช่วงเวลาอายุ 25-45 ปี สังเกตได้ว่าจะเริ่มมีรอยรอบดวงตา มีรอยบวม ๆ ริ้วรอยเหี่ยวย่นชัดขึ้น ความยืดหยุ่นของผิวลดลง ผิวเริ่มหยาบขึ้น แลดูขาดความชุ่มชื้น ช่วงเวลา 45-55 ปี สภาพผิวเริ่มเหี่ยวย่น อย่างชัดเจน ริ้วรอยรอบดวงตาและความเปล่งปลั่งของผิวเริ้มซีดลงเห็นได้ชัด ผิวเริ่มซีดเหลือง มีรอบบวมรอบ ๆ ดวงตา รูขุมขนขยายตัวมากขึ้น ช่วงเวลา…

เคล็ดลับดูแลผิว

เคล็ดลับดูแลผิวให้คงความสาว ดูอ่อนเยาว์ ห่างไกลความแก่

ความงามคือความสุข ความแก่คือสิ่งที่หลายคนไม่ปรารถนา อยากจะให้เกิดกับตัวเอง ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์ได้ก้าวหน้าไปเป็นอย่างมากเช้ามามีบทบาทแก้ไขข้อบกพร่องหรือแก้ไขให้สวยกว่าธรรมชาติได้ ทำให้ปัจจุบันมีเครื่องสำอางมากมายออกมา จึงมีครีมออกมาตอบสนองมากมายโดยมีสารแอนติเอจจิ้ง ลงไปทำให้ใบหน้าเต่งตึงดูอ่อนวัย ทุกวันควรทาครีมกันแดด ในสภาวะอากาศเมืองไทยเรา ครีมกันแดด เป็นตัวช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดพร้อมทั้งช่วยป้องกันผิวต่าง ๆ อาทิเช่น กระ ฝ้า สิว จุดด่างดำ ความหมองคล้ำของผิวและริ้วรอย จึงถือว่าครีมกันแดดเป็นตัวช่วยขั้นเทพปกป้องผิวสาว ๆ นิยมทาครีมกันแดดประจำกันทุกวัน เพื่อจะถนอมผิวให้มีความสวยกระจ่างใสให้ยาวนานที่สุด แนะนำไม่ควรบำรุงหนักเกินไป เอาแค่พอดี แม้ว่าสาว ๆ จะเน้นเรื่องสุขภาพผิวก็ตาม แต่ไม่ควรจัดเต็มกับผิวมากเกินไป เนื่องจากสุขภาพผิวที่ออกมาสดใสอยู่ที่ขั้นตอนการดูแลบำรุงผิวมากกว่า อีกทั้งการอัดเครื่องสำอางและครีมอย่างมาก ๆ เสี่ยงต่อการระคายเคืองผิวอย่างมากหากใช้มากเกินไป อีกอย่างผลกระทบตามมาก็คือ ทำให้ผิวบอบบาง ผิวอ่อนแอ ทำให้ทนต่อสภาพแวดล้อมได้น้อยลง ความสามารถของผิวซ่อมแซมตัวเองได้น้อยลง ดังนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการบำรุงผิวอย่างเหมาะสม ให้เหมาะกับสภาพผิวก็เพียงพอแล้ว เตรียมพร้อมกับปัญหาผิวด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ด้วยปัจจัยสภาพแวดล้อม แสงแดด มลภาวะ ความเครียดและอาหาร ก่อให้เกิดการเกิดอนุมูลอิสระทีส่งผลให้เราแก่ก่อนวัยอันควร อีกทั้งยังทำให้สุขภาพมีความทรุดโทรมอีกด้วย หากไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ก็ต้องหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทีมีสารต้านอนุมูลอิสระหรือกินอาหารที่ให้สารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ประจำ ซึ่งสามารถหาทานได้จากผลไม้ตระกูล ชาเขียว ดาร์กช็อกโกแล็ต เบอร์รี ขิง ขมิ้น ถั่ว ผักชี…

ครีมผิวขาว สารปรับสภาพผิว

สารที่นิยมใช้ในการปรับผิวขาว

สาวที่มีผิวคล้ำหลายคน อยากมีผิวขาวกระจ่างใส จึงมีผลิตภัณฑ์ผลิตออกมาดูแลผิวสาว ๆ ส่วนใหญ่ก็จะป้องกันผิวจากแสงแดด เนืองจากปัจจัยภายนอก สภาพอากาศในเมืองไทย พฤติกรรมการดูแล การใช้ชีวิต รังสียูวี การรับประทานอาหาร มลภาวะ ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ออกมาดูแลหลากหลาย พร้อมด้วยธรรมชาติ โปรตีนเปปไทด์  วิตามินเอ วิตามินซี BHA  AHA ที่ช่วยเสริมคอลลาเจน พร้อมผลัดเซลล์ผิวหนังให้แลดูกระจ่างใส ดูอ่อนกว่าวัยลงได้ ก่อนอื่นมาทำความรู้จักสารที่นิยมใช้ในการปรับผิวขาวในปัจจุบัน 1.กรดวิตามิน A (Retinoic Acid) ทางการแพทย์ นิยมใช้ร่วมกับไฮโดรควิโนน  เพิ่มคุณภาพในการรักษาฝ้า เพียงแต่ผลข้างเคียงในบลางคนอาจทำให้หน้าแสบแบบอ่อนแดงลอกได้ อีกทั้งยังนำมาใช้รักษาสิวได้ดีมาก และจดทะเบียนเป็นยารักษาสิว  แต่ควรอยุ่ในความดูแลของแพทย์ผิวหนัง ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังเท่านั้น กรดวิตามิน A อาทิเช่น Tretinoin , Isotretinoin และ Adapalene Tretinoin ใช้ในความเข้มข้น 0.025-0.05 เปอร์เซ็นต์ Tretinoin ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซินเนสได้ดีที่สุดในกลุ่ม แต่จะระคายเคืองมากที่สุดเช่นกัน 2.ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) สารตัวนี้มีผลข้างเคียง 2-3 วันแรก…

น้ำหอมธรรมชาติ

น้ำหอมที่ได้จากธรรมชาติ

น้ำหอมที่ได้จากธรรมชาติมี 2 กลุ่ม  ในบางกลุ่มก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวได้ 1.น้ำมันหอมระเหย เรียกว่า โวลาไทด์ มาจาก น้ำมันพืชตระกูลซิตรัส เช่น น้ำมันจากมะนาว น้ำมันจากส้ม รวมทั้งน้ำมันจากตระกูลยาลิปตัส น้ำมันจากดอกวาเลนเดอร์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวที่แพ้ง่าย ดังนั้นสารทั้งหมดไม่แนะนำให้มีอยู่ในตำรับเลยหรือควรมีอยู่ท้าย ๆ หรือพอมีกลิ่นบ้าง 2.กลุ่มอ่อนโยน Essential Oil น้ำมันในกลุ่มพวกนี้มีความปลอดภัย มักจะไม่มีกลิ่น นิยมใส่เพื่อให้ความชุ่มชื่น เช่น น้ำมันดอกคาร์โมมายด์ น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว สีในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยทั่วไปสีที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ จะไม่มีอันตรายใดๆ แต่ถ้าต้องการหลีกเหลี่ยง แนะนำให้สังเกตส่วนประกอบว่ามีอักษรหรือตัวเลขกำกับ แปลก ๆ หรือไม่ เช่น CL 42090 CL 15850 CL 19140 หรือเป็นลักษณะมีตัวเลขกำกับสีนั้นเลย BLUE 1 YELLOW 5 RED 7 ปกติแล้วผลิตภัณฑ์ที่ดีควรมีสีจากธรรมชาติ อย่างเช่น สีขาว…

เคล็ดลับผิวสวย

เคล็ดลับดูแลผิวสวย

ควรเริ่มต้นดูแลผิวพรรณของเรา ให้ผิวสวยชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง ไม่แห้งกร้าน ตั้งแต่การเลือกรับประทานอาหารประเภทผลไม้ ผัก รวมทั้งอาหารเสริมบำรุงผิว ทีมีคุณสมบัติบำรุงผิว มีให้เลือกหลาหลาย ล้วนแต่มีส่วนสำคัญทำให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ผิวแห้ง ลักษณะผิวตามธรรมชาติเป็นผิวทีไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ได้ มีรูขุมขนที่ละเอียด แต่ผิวแห้งกร้าน หรืออาจรุนแรงถึงขั้นเป็นขุย ลอกได้ สืบเนื่องมาจากผิวขาดน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาตินั้นเอง ส่งผลให้ผิวไม่มีความนุ่มนวล แถมเกิดริ้วรอยได้ง่ายเมื่ออายุมากขึ้น คุณสมบัติโดยรวมจึงตรงกันข้ามกับผิวมัน รวมทั้งต่อมไขมันทำงานช้าลง มีแนวโน้มแห้งความชื้นน้อย ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์ทีช่วยปกป้องผิวไม่ให้เกิดริ้วรอย พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้น มีส่วนผสมอย่างเช่น น้ำผึ้ง น้ำมันมะกอก หรือเชียร์บัตเตอร์ หากใช้ครีมทาแก้แพ้หรือแก้คันที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ เมื่อใช้แล้วหายคัน ควรหยุดทันทัน เพราะมีผลต่อผิวแห้งอย่างมาก  รวมทั้งการดื่มน้ำและอาหารเสริมอื่น ๆ เช่น น้ำมันปลา โคเอ็นไซม์คิวเท็น วิตามินอี มีส่วยให้ผิวชุ่มชื้นและแข็งแรง ผิวผสม ลักษณะเป็นผิวมันและแห้งบริเวณ T-Zone บริเวณจมูก คาง หน้าผาก ผิวจะแห้งหรืออาจเป็นผิวธรรมดา บริเวณแก้มทั้ง 2 ข้าง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีขนาดใหญ่และทำงานได้ดีกว่าจุดอื่น ๆ ทำให้มีโอกาสเกิดสิวได้ การดูแลจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถดูแลผิวผสมหรือปรับสมดุลสภาพผิวให้ใกล้เคียงกันได้ ปกติในเครื่องสำอางที่เหมาะกับผิวผสมนั้นมักจะมีสังกะสีเป็นตัวช่วยควบคุมความมันบริเวณทีโซน ผิวธรรมดา…

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผิว

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผิว

เนื่องจากในชีวิตประจำวันผิวหนังจะต้องเจอกับสภาพแวดล้อม แสงแดด โอโซน ควันพิษจากรถยนต์และมอเตอร์ไซด์ ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การบริโภคให้ถูกต้อง นอกจากช่วยให้มีสุขภาพดีแล้ว ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพผิวอีกด้วย มาดูกันว่าปัจจัยอะไรบ้าง ที่ส่งผลต่อผิวพรรณอ่อนแอ ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง 1.การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ ในแต่ละวันร่างการคนเราต้องการซ่่อมแซมส่วนที่สึกหรอก็ตอนหลับแบบสบาย ๆ แบบลึก ๆ ก็ประมาณวันละ 7-8 ชั่วโมง เป็นช่่วงเวลาที่เหมาะสม ในขณะหลับร่างการจะสร้าง โกรทฮอร์โมน (Growth hormone)ช่วยให้คุณดูอ่อนเยาว์ โดยการสร้างสมดุลระบบการเผาผลาญอาหาร และช่วยซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ดังนั้นหากร่างกายไม่ได้พักผ่อนเท่าที่ควรย่อมส่งผลผิวพรรณอ่อนแอได้ 2.การที่จะให้ผิวพรรณแลดูเปล่งปลั่งสดใสอีกด้วย ก็คือ การดื่มน้ำนี้เอง เพราะร่างกายของเรา 70 เปอร์เซ็นต์ มีน้ำเป็นส่วนประกอบ ฉะนั้นการดื่มน้ำจึงเปรียบเสมือนยาดี ๆ นี้เอง 3.ปัจจัยอีกอย่างทีทำให้ผิวมีความอ่อนแอ ทรุดโทรม นั้นคือ ความเครียด ส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน มีผลต่อทำให้ผิวพรรณเราดูเรียบเนียน อ่อนเยาวน์ รวมทั้งระบบผิวหนัวทีทำหน้าที่ควบคุมความชุ่มชื่นของผิวพรรณ ดังนั้นการออกกำลังการ ฟังเพลง ดูหนัง ดูหนังตลก สังสรรค์ ก็เป็นวิธีที่ทำให้เราคลายเครียดได้ 4.เพื่อความปลอดภัยของผิวควรเลือกเครื่องสำอางที่่เหมาะสมกับผิว ต้องมีความรอบคอบ ควรหาตัวทดลองหรือสินค้าทดลองใช้มาทดสอบกับผิวก่อน…